มาดามแป้ง

อำลา ‘มาดามแป้ง’ สู่ฉากสุดท้าย…นายหญิงสิงห์เจ้าท่า

มาดามแป้ง วันที่ 25 ธ.ค.66 จะเป็นวันสุดท้าย ที่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ จะร่วมหัวจมท้ายกับ “การท่าเรือ เอฟซี” ย้อนอดีตเส้นทาง ที่พา “สิงห์เจ้าท่า” ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ แม้ว่า “โทรฟี่” จะไม่มากมายอย่างที่หวัง แต่ต้องยอมรับว่า หากไม่มี “นวลพรรณ” ทุกวันนี้ “ท่าเรือ” จะอยู่ตรงไหนของวงการฟุตบอลไทย ก็ยากจะคาดเดา

วันคริสต์มาส วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคมนี้ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซ้ำ รับหน้าที่ประธานการท่าเรือ เอฟซี ครั้งสุดท้าย พบกับ ราชบุรี เอฟซี ที่สนามพัฒน์ สเตเดี้ยม

ด้วยการดูแลนักกีฬาพิการ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย นวลพรรณ ล่ำซำ ได้เข้าสู่โลกแห่งฟุตบอลชายแล้ว มาเป็นผู้นำการท่าเรือ เอฟซี ปี 2558 อย่างเซอร์ไพรส์ เพราะไม่คิดว่าเธอจะจริงจัง

มาดามแป้ง

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานาธิบดีบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น “ยินดีต้อนรับสู่นรกไทยลีก” มาดามแป้งเปลี่ยนโลโก้จากสิงโตเป็นม้า ฉายา “อาชาท่าเรือ” แต่ทีมกลับไม่ควบม้าเหมือนม้า กลับตกชั้น โดยมี นายเนวิน บุรีรัมย์ เป็นดาบสุดท้าย วิธีนี้จะทำให้ด้ายขาดจนขาด 

ยิ้มสู้ต่อไปกับแคมเปญ “ท่าเรือทัวร์ ออล ไทยแลนด์” สู้ดิวิชั่น 1 โดยเริ่มใช้สิงห์เป็นโลโก้ก่อนจะกลับสู่ลีกสูงสุดในเวลาเพียงปีเดียว ตลอด 6 ฤดูกาลในไทยลีก การท่าเรือเป็นตัวเต็งเกือบทุกฤดูกาล แต่อันดับที่ดีที่สุดคืออันดับ 3 ซึ่งผมได้ 4 ครั้ง

แชมป์เดียวที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ในปี 2019 และไม่เคยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศของรายการบอลถ้วยใดๆ ทั้งเอฟเอ คัพ และลีก คัพ ลงเล่นเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในปี 2564 ในฐานะเจ้าภาพกลุ่มซึ่งเป็นเจ้าภาพที่บุรีรัมย์แต่ตกรอบ สิงห์เจ้าท่ามีตำแหน่งจ่าฝูงฟุตบอลไทยด้วยความกล้า ยังเป็นทีมที่เราเรียกว่า “ทีมใหญ่” เพราะมาดามแป้ง

ยุคมาดามแปงสิ้นสุดหลังวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ยุคท่าเรือจะเปลี่ยนไปขนาดไหนและอย่างไร? ไม่มีใครรู้เพราะเรายังไม่เห็นหน้าประธานาธิบดีคนใหม่ แต่จากผลงานทุ่มเทที่ผ่านมาซึ่งพาสิงห์ ท่าเอาชนะ กองทัพเรือฟุตบอลไทย ประโยคที่ใช้กันมานาน ซึ่งก็ไม่รู้ใครคิด “ท่าเรือรักแป้งมาก” เชื่อว่า ไม่ได้เกินความจริงไปเลย

ขอขอบคุณบทความจาก : มาดามแป้ง